บริการด้านอาหาร: อาหารเด็กที่เหมาะสมกับพัฒนาการทารก

บริการด้านอาหาร: อาหารเด็กที่เหมาะสมกับพัฒนาการทารก อาหารเด็ก คือ การเริ่มให้เด็กเล็กหรือทารกหัดรับประทานอาหารแข็งอื่น ๆ นอกเหนือไปจากการดื่มน้ำนมแม่หรือนมผง พ่อแม่จะเริ่มฝึกให้ทารกรับประทานอาหารต่าง ๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นอาหารที่สับหรือบดละเอียด

การรับประทานอาหารอื่น ๆ จะช่วยให้ทารกได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายอย่างครบถ้วน เนื่องจากร่างกายนำสารอาหารที่สะสมไว้ไปใช้เรื่อย ๆ ส่งผลให้สารอาหารเหล่านั้นเริ่มหมดลงเมื่อทารกอายุ 6 เดือน จึงต้องรับประทานอาหารอื่นควบคู่กับนมวัวที่กลายมาเป็นอาหารหลักเมื่อทารกอายุครบ 1 ปี ทั้งนี้ การฝึกให้ทารกหัดเคี้ยวหรือกัดอาหารก็ช่วยพัฒนากล้ามเนื้อที่จำเป็นต่อพัฒนาการด้านการพูด

ควรให้อาหารเด็กแก่ทารกเมื่อไหร่ ?

โดยทั่วไปแล้ว พ่อแม่ควรเริ่มให้อาหารเด็กควบคู่กับการดื่มนมแม่หรือนมผงเมื่อทารกอายุครบ 6 เดือน การหัดให้รับประทานอาหารอื่นในช่วงวัยนี้จะช่วยให้เกิดความปลอดภัยต่อสุขภาพของทารก เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันร่างกายแข็งแรงมากขึ้น ช่วยลดโอกาสที่ทารกจะเกิดอาการสำลักอาหาร แพ้อาหาร หรือติดเชื้อจากการรับประทานอาหารบางอย่าง โดยเฉพาะผู้ที่มีบุคคลในครอบครัวป่วยเป็นโรคแพ้กลูเตน (Coeliac Disease) ซึ่งอาจเกิดอาการดังกล่าวได้หากได้รับกลูเตนจากการรับประทานอาหารจำพวกธัญพืช ทั้งนี้ ยังมีวิธีสังเกตอาการหรือสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าทารกต้องการรับประทานอาหาร ดังนี้

– ทารกตั้งศีรษะตรง
– ลุกขึ้นนั่งโดยมีคนช่วยหนุนหลังหรือประคองให้นั่ง ผู้เป็นแม่อาจให้ทารกนั่งตักของตนก่อนขณะที่ให้เด็กรับประทานอาหาร เมื่อทารกนั่งได้เองแล้ว อาจให้นั่งบนเก้าอี้ได้
– เริ่มหัดเคี้ยว โดยทารกสามารถหยิบอาหารเข้าปากและกลืนได้ พ่อแม่จะสังเกตได้ว่าทารกน้ำลายไหลออกจากปากน้อยลง หรือมีฟันขึ้นมาประมาณ 1-2 ซี่
– ทารกจะเริ่มรับประทานอาหารกึ่งแข็งกึ่งเหลวได้เมื่อมีน้ำหนักตัวเพิ่มเป็น 2 เท่าจากน้ำหนักตัวแรกคลอด โดยน้ำหนักตัวจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าเมื่ออายุประมาณ 6 เดือน
– ทารกมองหรือพยายามหยิบอาหารแบบที่ผู้ใหญ่ทำ
– ทารกมองอาหารและหยิบอาหารเข้าปากตัวเอง

อย่างไรก็ตาม ทารกอาจแสดงพฤติกรรมบางอย่างที่ทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อนได้ว่าสามารถให้เริ่มรับประทานอาหารเด็กได้ เช่น กัดมือหรือกำปั้นตัวเอง ตื่นขึ้นมากลางดึกหลังจากหลับไปแล้ว หรือต้องการดื่มนมมากขึ้น

อาหารเด็กสำหรับพัฒนาการทารกวัยต่าง ๆ

ทารกแต่ละช่วงวัยจะรับประทานอาหารแตกต่างกันไปตามพัฒนาการของร่างกาย ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ช่วงหลัก ได้แก่ ช่วงแรกเกิด-6 เดือน และช่วงอายุ 6 เดือนขึ้นไป ดังนี้

ช่วงแรกเกิด-6 เดือน
– น้ำนม ทารกแรกเกิดจนถึงอายุ 6 เดือน ควรดื่มนมแม่หรือนมผงสำหรับทารกในกรณีที่แม่ไม่สามารถให้นมบุตรได้ ซึ่งทารกจะได้รับปริมาณน้ำนมแต่ละชนิดที่แตกต่างกัน ดังนี้
– น้ำนมแม่ การให้นมบุตรตลอด 6 เดือนแรกนับว่ามีประโยชน์ต่อทารกและมารดา โดยทารกจะสามารถต้านการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร เจริญเติบโตสมวัย และได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์อย่างครบถ้วน ส่วนมารดาที่ให้นมบุตรนั้นจะน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วและสามารถคุมกำเนิดได้นานขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีน้ำหนักตัวต่ำกว่ามาตรฐานควรรับประทานอาหารให้เพียงพอและครบถ้วน เพื่อเลี่ยงภาวะน้ำหนักตัวลดลงอันส่งผลเสียต่อสุขภาพ แม่ที่ให้นมบุตรเอง ควรให้นมทารกวันละ 8-12 ครั้ง ทั้งนี้ เมื่อทารกอายุมากขึ้น ก็อาจใช้เวลาในการให้นมบุตรน้อยลง เนื่องจากร่างกายของทารกสามารถรับปริมาณน้ำนมได้มากและดีขึ้น
– นมผง ผู้เป็นแม่ควรชงนมผงสำหรับทารกในปริมาณ 60-90 มิลลิลิตร โดยให้ทารกดื่มนมทุก 3-4 ชั่วโมง ทั้งนี้ ทารกอาจดื่มนมวันละประมาณ 950 มิลลิลิตรเมื่ออายุครบ 6 เดือน และจะดื่มนมบ่อยขึ้นเมื่ออยู่ในช่วงเจริญเติบโต
– ถั่วลิสง อาการแพ้ถั่วถือเป็นภาวะร้ายแรงและอันตรายต่อชีวิต การให้ทารกรับประทานถั่วลิสงตั้งแต่อายุยังน้อยจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการแพ้ได้ งานวิจัยชิ้นหนึ่งได้ทำการศึกษาทารกช่วงอายุ 4-11 เดือน จำนวน 640 คน ที่มีอาการแพ้ไข่หรือป่วยเป็นโรคผื่นผิวหนังอักเสบอย่างรุนแรง โดยแบ่งทารกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่รับประทานถั่ว และกลุ่มที่ไม่ได้รับประทานถั่ว และใช้เวลาทำการทดลองจนทารกอายุครบ 60 เดือน พบว่า กลุ่มที่ไม่ได้รับประทานถั่วเกิดอัตราความชุกของภาวะแพ้ถั่วมากกว่ากลุ่มที่รับประทานถั่ว ทารกที่ป่วยเป็นโรคผื่นผิวหนังอักเสบรุนแรงหรือแพ้ไข่ จัดเป็นกลุ่มที่เสี่ยงเกิดอาการแพ้ถั่วได้สูง จึงควรรับประทานถั่วลิสงตั้งแต่อายุ 4-6 เดือน แล้วจึงให้รับประทานอาหารเด็กอย่างอื่นเมื่อครบกำหนดอายุที่เหมาะสม ส่วนทารกที่เกิดอาการของโรคผื่นผิวหนังอักเสบระดับอ่อนไปจนถึงค่อนข้างรุนแรง ควรหัดรับประทานถั่วลิสงเมื่ออายุประมาณ 6 เดือน เพื่อเลี่ยงการเกิดอาการแพ้ถั่ว และทารกที่ไม่ได้ป่วยเป็นผื่นผิวหนังอักเสบหรือมีอาการแพ้อาหาร สามารถรับประทานถั่วลิสงร่วมกับอาหารเด็กชนิดอื่น ๆ ได้ตามต้องการ อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ควรให้ทารกเริ่มหัดรับประทานถั่วลิสงในรูปของเนยถั่วชนิดบดละเอียดที่ผสมกับผักหรือผลไม้บดละเอียด เพื่อไม่ให้อาหารติดคอทารก
– ช่วงอายุ 6 เดือน ขึ้นไป ทารกที่อายุ 6 เดือนขึ้นไป สามารถรับประทานอาหารอื่นนอกเหนือจากน้ำนมแม่หรือนมผงสำหรับทารกได้ ควรเริ่มให้อาหารที่มีส่วนผสมอย่างเดียวทีละชิ้นหรือในปริมาณ 0.5-1 ออนซ์ โดยเลือกอาหารที่เป็นประโยชน์ รวมทั้งสังเกตว่าทารกเกิดอาการแพ้อาหารที่ให้หรือไม่ โดยใช้เวลาประมาณ 3-5 วัน แล้วจึงให้ทารกรับประทานอาหารอย่างอื่น ค่อย ๆ เพิ่มเวลาในการรับประทาน ปริมาณอาหาร และสารอาหารที่หลากหลายตามอายุของทารก ทารกควรได้รับประทานอาหารครบถ้วนทุกหมู่เมื่ออายุประมาณ 7-8 เดือน โดยทารกแต่ละช่วงอายุจะรับประทานอาหารต่าง ๆ ได้ ดังนี้

ช่วงอายุ 6-8 เดือน
– น้ำนม ทารกช่วงอายุนี้ยังต้องได้รับสารอาหารจากน้ำนมแม่หรือนมผงสำหรับทารกอยู่ โดยอาจดื่มนมน้อยลงและรับประทานอาหารอื่นมากขึ้น ผู้ที่ให้นมบุตรควรให้ทารกดื่มนมตามความต้องการของร่างกาย ส่วนทารกที่ดื่มนมผงจะได้ดื่มนมประมาณ 700-950 มิลลิลิตร ตามความต้องการสารอาหารของร่างกาย
– ผลิตภัณฑ์ธัญพืชต่าง ๆ ทารกควรรับประทานอาหารจำพวกธัญพืชจากผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น ซีเรียลอุดมธาตุเหล็ก ขนมปัง หรือแครกเกอร์ชิ้นเล็กประมาณ 1-2 ออนซ์
– ผักและผลไม้ ทารกควรรับประทานผักปรุงสุกหรือผลไม้ที่บดจนเนื้อสัมผัสของอาหารละเอียดข้น โดยให้ทารกรับประทานในปริมาณ 2-4 ออนซ์
– อาหารที่มีโปรตีน ทารกควรรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง โดยให้รับประทานเนื้อสัตว์ ไก่ ปลา ไข่ ชีส โยเกิร์ต หรือถั่วเมล็ดแห้งที่บดจนป่นหรือเนื้อสัมผัสอาหารละเอียดและข้นในปริมาณ 1-2 ออนซ์

ช่วงอายุ 8-12 เดือน
– น้ำนม ทารกช่วงอายุนี้สามารถดื่มน้ำนมแม่ได้อยู่ ส่วนทารกที่ดื่มนมผงควรดื่มประมาณ 700 มิลลิลิตร หรือให้นมแก่ทารกตามความต้องการของร่างกาย
– ผลิตภัณฑ์ธัญพืชต่าง ๆ ทารกควรรับประทานอาหารที่ได้จากธัญพืชต่าง ๆ มากขึ้น โดยให้รับประทานซีเรียลที่อุดมธาตุเหล็กประมาณ 2-4 ออนซ์ รวมทั้งเสริมอาหารธัญพืชอื่น ๆ ได้แก่ แครกเกอร์ ขนมปัง เส้นก๋วยเตี๋ยว หรือแป้งข้าวโพดชนิดหยาบ (Corn Grits)
– ผักและผลไม้ ทารกช่วงอายุนี้สามารถรับประทานผักและผลไม้ที่มีเนื้อสัมผัสหยาบขึ้นกว่าเดิมได้ โดยให้รับประทานแบบสับละเอียดหรือหั่นชิ้นเล็ก ๆ เป็นลูกเต๋าในปริมาณ 4-6 ออนซ์
– อาหารที่มีโปรตีน ควรรับประทานไก่ และปลาที่สับหรือหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ รวมทั้งรับประทานไข่ ชีส โยเกิร์ต หรือถั่วเมล็ดแห้งที่บดละเอียดในปริมาณ 2-4 ออนซ์

อาหารเสริมสำหรับอาหารเด็ก

ทารกที่อายุตั้งแต่ 6 เดือน ขึ้นไป ควรได้รับอาหารเสริมต่าง ๆ เพื่อให้ได้รับสารอาหารครบถ้วนและเหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย ดังนี้

– วิตามินเอและวิตามินซี ทารกที่ไม่ได้ดื่มนมผงวันละ 500 มิลลิลิตร ควรรับประทานอาหารเสริมที่ประกอบด้วยวิตามินเอหรือวิตามินซีเพิ่ม เนื่องจากทารกอาจได้รับวิตามินที่ผสมอยู่ในนมผงสำหรับทารกอย่างไม่เพียงพอ ทั้งนี้ พ่อแม่สามารถให้ทารกรับประทานวิตามินเอและวิตามินซีเสริมได้จนกระทั่งทารกโตอายุครบ 5 ขวบ เพื่อช่วยให้ได้รับวิตามินที่จำเป็นอย่างครบถ้วน
– วิตามินดี ทารกที่ไม่ได้ดื่มนมผงวันละ 500 มิลลิลิตร ควรรับประทานอาหารเสริมที่ผสมวิตามินดีวันละ 8.5-10 ไมโครกรัม โดยทารกสามารถรับวิตามินดีเสริมได้จนอายุครบ 5 ปี ทั้งนี้ เด็กสามารถรับประทานวิตามินดีเสริมได้วันละ 10 ไมโครกรัม ในกรณีที่เด็กรับประทานอาหารต่าง ๆ ได้ยาก
– วิตามินบี 12 เด็กเล็กที่รับประทานอาหารมังสวิรัติ ควรรับประทานอาหารเสริมที่ผสมวิตามินบี 12 ควบคู่กัน เพื่อช่วยให้เด็กได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ

อาหารที่ควรเลี่ยงสำหรับเด็ก

เด็กแต่ละช่วงวัยควรได้รับอาหารที่เหมาะสมกับพัฒนาการของตน เพื่อเสริมสร้างร่างกายให้เจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ควรระวังอาหารบางอย่างที่ไม่ควรให้ทารกรับประทาน โดยอาหารที่ควรเลี่ยง มีดังนี้

– เกลือ พ่อแม่ควรเลี่ยงปรุงอาหารด้วยเกลือ รวมทั้งจำกัดการรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของเกลือหรืออาหารที่ผ่านการปรุงแต่งให้กับทารก เช่น เบคอน หรืออาหารที่ผ่านกระบวนการบางอย่าง โดยทารกที่อายุ 7 เดือนขึ้นไป ควรได้รับเกลือวันละไม่เกิน 1 กรัม
– น้ำตาล พ่อแม่ควรเลี่ยงให้ทารกบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มที่ปรุงแต่งน้ำตาลเข้าไป ซึ่งรวมไปถึงอาหารหรือเครื่องดื่มที่ใส่สารให้ความหวานอื่น ๆ
– น้ำผึ้ง ทารกอายุต่ำกว่า 1 ปี ควรเลี่ยงรับประทานน้ำผึ้ง เนื่องจากอาจมีเชื้อแบคทีเรียอยู่ ซึ่งก่อให้เกิดโรคที่เกิดสารพิษจากการได้รับเชื้อดังกล่าว หรือที่เรียกว่าโรคบูทูลิซึม (Botulism) แก่ทารกได้
– เครื่องดื่มต่าง ๆ ทารกและเด็กเล็กไม่ควรดื่มเครื่องดื่มโซดา เครื่องดื่มผสมเจลาติน กาแฟ ชา น้ำผลไม้ หรือเครื่องดื่มโซดารสผลไม้
– นมวัว ทารกไม่ควรบริโภคผลิตภัณฑ์นมวัวต่าง ๆ จนกว่าจะมีอายุครบ 12 เดือน
– อาหารบางประเภทและเครื่องปรุงรส ไม่ควรให้ทารกรับประทานอาหารทอดหรือเนื้อสัตว์ที่ผ่านกระบวนการปรุงอื่น ๆ รวมทั้งควรเลี่ยงอาหารที่ปรุงด้วยน้ำมัน เนย ไขมันอื่น ๆ และเครื่องปรุงต่าง ๆ

RELATED POST

ลูกค้าของ Domino ชี้ปืนไปที่คนงานเพราะเขาไม่สามารถรับท็อปปิ้งด้านข้างได้: รายงาน ผู้ต้องสงสัยยังถูกกล่าวหาว่าขว้างพิซซ่าใส่คนงาน โดยMichael Hollan | ข่าวฟ็อกซ์ เฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ ฟลิปบอร์ด ความคิดเห็น พิมพ์ อีเมล์ หัวข้อข่าวเด่นของ Fox News Flash ประจำวันที่ 11 เมษายนวิดีโอ หัวข้อข่าวเด่นของ Fox News Flash ประจำวันที่ 11 เมษายน หัวข้อข่าวเด่นของ Fox News Flash อยู่ที่นี่ ตรวจสอบสิ่งที่คลิกที่ Foxnews.com โดยทั่วไปแล้วท็อปปิ้งพิซซ่าจะอยู่ด้านบนของพิซซ่า โดมิโนลูกค้าในมินนิโซตาถูกกล่าวหาว่าขู่คนงานที่มีปืนมากกว่าข้อพิพาทเกี่ยวกับรสชาติพิซซ่า เห็นได้ชัดว่าลูกค้าต้องการรับท็อปปิ้งด้านข้างและร้านพิชซ่าไม่สามารถทำได้ เห็นได้ชัดว่าลูกค้าขอพิซซ่าพร้อมท็อปปิ้งด้านข้างและได้รับแจ้งว่าร้านอาหารไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ เห็นได้ชัดว่าลูกค้าขอพิซซ่าพร้อมท็อปปิ้งด้านข้างและได้รับแจ้งว่าร้านอาหารไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ (iStock) เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ Domino’s ใน Rochester, Minn. เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาMy Fox 47รายงาน เห็นได้ชัดว่าลูกค้าขอพิซซ่าพร้อมท็อปปิ้งด้านข้างและได้รับแจ้งว่าร้านอาหารไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ ผู้ต้องสงสัยซึ่งระบุโดยสำนักข่าวว่าเป็นวิกเตอร์ฟอร์ตเนอร์วัย 34 ปีถูกกล่าวหาว่าขับรถไปที่ร้านอาหารและเริ่มโต้เถียงเกี่ยวกับรสชาติ มีรายงานว่าเขาขว้างพิซซ่าหลายชิ้นใส่คนงานในร้านอาหาร ลูกค้าของ MCDONALD ใกล้จะพังที่ GUNPOINT ใน BROAD DAYLIGHT ที่ DRIVE-THRU: รายงาน Fortner ถูกกล่าวหาว่าชักปืนออกมาและชี้ไปที่คนงานก่อนขับรถออกไป ต่อมาตำรวจท้องที่ตั้งอยู่ที่ Fortner ซึ่งยอมรับว่าไปเยี่ยม Domino’s แต่ปฏิเสธว่าชี้ปืนไปที่คนงาน ตำรวจไม่พบอาวุธในรถของเขา ในขณะที่มีรายงานในตอนแรกว่าเขาจะต้องเผชิญกับข้อหาทำร้ายร่างกาย แต่ Fortner กลับถูกอ้างถึงพฤติกรรมที่ไม่เป็นระเบียบ ติดตามเราบน Facebook เพื่อรับข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับ FOX LIFESTYLE นี่เป็นเพียงเหตุการณ์รุนแรงล่าสุดที่เกิดขึ้นที่ไดรฟ์ทรู ก่อนหน้านี้ฟ็อกซ์นิวส์รายงานว่าทางการในรัฐเทนเนสซีได้แชร์ภาพของผู้หญิงที่ถูกกล่าวหาว่ายิงปืนผ่านหน้าต่างรถผ่านของเบอร์เกอร์คิงบนโซเชียล โชคดีที่มีรายงานว่าพนักงานในร้านอาหารสามารถหนีออกมาทางประตูด้านหลังได้และไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ คลิกที่นี่เพื่อรับแอพ FOX NEWS กรมตำรวจเมมฟิสโพสต์เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวบน เฟซบุ๊กซึ่งเกิดขึ้นที่ร้านเบอร์เกอร์คิงในเมมฟิสเมื่อวันอังคารที่ 30 มีนาคม

ลูกค้าของ Domino ชี้ปืนไปที่คนงานเพราะเขาไม่สามารถรับท็อปปิ้งด้านข้างได้โดยทั่วไปแล้วท็อปปิ้งพิซซ่าจะอยู่ด้านบนของพิซซ่า โดมิโนลูกค้าในมินนิโซตาถูกกล่าวหาว่าขู่คนงานที่มีปืนมากกว่าข้อพิพาทเกี่ยวกับรสชาติพิซซ่า เห็นได้ชัดว่าลูกค้าต้องการรับท็อปปิ้งด้านข้างและร้านพิชซ่าไม่สามารถทำได้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ Domino's ใน Rochester, Minn. เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาMy Fox 47รายงาน เห็นได้ชัดว่าลูกค้าขอพิซซ่าพร้อมท็อปปิ้งด้านข้างและได้รับแจ้งว่าร้านอาหารไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ ผู้ต้องสงสัยซึ่งระบุโดยสำนักข่าวว่าเป็นวิกเตอร์ฟอร์ตเนอร์วัย 34 ปีถูกกล่าวหาว่าขับรถไปที่ร้านอาหารและเริ่มโต้เถียงเกี่ยวกับรสชาติ มีรายงานว่าเขาขว้างพิซซ่าหลายชิ้นใส่คนงานในร้านอาหาร ลูกค้าของ MCDONALD…

‘อาร์เตตา’ ยังมั่นใจ ‘ปืนใหญ่’ ลิ่วตัดเชือก

มิเกล อาร์เตตา ยังมั่นใจ “ปืนใหญ่” ฉลุยตัดเชือก ยูโรป้า ลีก ได้แน่ แม้เกมรอบ 8 ทีมสุดท้ายนัดแรกจะพลาดโดน สลาเวีย ปราก บุกยิงทดเจ็บ ตีเสมอ 1-1 ก็ตาม   มิเกล อาร์เตตา…

หนังสยองขวัญ ดูหนังออนไลน์ As Above So Below

หนังสยองขวัญ ดูหนังออนไลน์ As Above So Below นิเวอร์แซล พิคเจอร์ส และ เลเจนดารี พิคเจอร์ส ขอนำทุกท่านดำดิ่งลงไปใต้นครปารีส พร้อมกับสการ์เล็ต (รับบทโดย เพอร์ดิตา วีคส์) นักศึกษาโบราณคดีซึ่งลงไปในสุสานใต้ดิน เพื่อค้นหาปริศนาสำคัญที่หายไปในประวัติศาสตร์ ในภาพยนตร์ไซโคทริลเลอร์ As…

ยังไงกันแน่ สื่อแฉ “ลิเวอร์พูล” บอก “ไลป์ซิก” ปล่อยมือดีลคว้า “โกนาเต”

ลิเวอร์พูล ส่อแววขัดใจแฟนๆ เมื่อมีรายงานว่าอาจล้มแผนการคว้าตัว อิบราฮิมา โกนาเต กองหลังไลป์ซิกมาเสริมแนวรับ บิลด์ สื่อชื่อดังของเยอรมนี รายงานว่า แอร์เบ ไลป์ซิก รองจ่าฝูงบุนเดสลีกา เยอรมัน ได้โทรศัพท์ติดต่อไปหา ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 7 บนตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในเวลานี้…