จีนมุ่งมั่นการค้าเสรี พิจารณาเข้าร่วม “ซีพีทีพีพี”

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ยืนยันจีนให้ความสำคัญกับการเปิดกว้างทางการค้า และกำลังพิจารณาว่า จะเข้าร่วมข้อตกลงการค้า “ซีพีทีพีพี” ที่สหรัฐถอนตัวออกไปแล้วหรือไม่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 21 พ.ย. ว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน กล่าวถ้อยแถลงผ่านระบบทางไกล ต่อที่ประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก ( เอเปค ) ซึ่งมาเลเซียเป็นเจ้าภาพในปีนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา มีเนื้อหาในตอนหนึ่ง ว่ากลไกการค้าเสรีบนโลกได้รับผลกระทบอย่างหนักในรอบหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีประเทศดำเนินนโยบายฝ่ายเดียว ที่รวมถึงการใช้มาตรการกีดกันทางการค้า อีกทั้งตอนนี้ยังมีปัจจัยลบเพิ่มเติมจากวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 อีก
 
ผู้นำจีนกล่าวว่า นับเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ ที่สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ต้องเผชิญกับภาวะ “ติดลบ” การฟื้นฟูเศรษฐกิจด้วย “ตลาดที่เปิดกว้าง” และการคุ้มครอง ตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่ประชากร ควรเป็นภารกิจเร่งรัดของรัฐบาลทุกประเทศ
 
สำหรับการประชุมเอเปคครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงสัปดาห์เดียว หลังสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( อาเซียน ) 10 ประเทศ ร่วมด้วยจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ร่วมกันลงนามในความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ( อาร์เซ็ป ) สร้างเขตการค้าเสรีใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยสัดส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ( จีดีพี ) รวมกันคิดเป็น 1 ใน 3 ของโลก
 
ขณะที่ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก ( ทีพีพี ) มีอันต้องชะงัก เนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นำสหรัฐถอนตัว เมื่อปี 2560 ทำให้อีก 11 ประเทศที่เหลือต้องร่วมกัน “แก้ไข” ทีพีพีให้ออกมาในรูปแบบข้อตกลงครอบคลุมและก้าวหน้าเพื่อหุ้นส่วนการค้าระหว่างภาคพื้นแปซิฟิก ( ซีพีทีพีพี ) แต่จนถึงตอนนี้มีเพียง ญี่ปุ่นและนิวซีแลนด์ ที่ร่วมให้สัตยาบัน
 
อย่างไรก็ดี สีกล่าวถึงซีพีทีพีพี ว่าเป็นหนึ่งในความร่วมมือทางการค้าที่จีน “จับตา” และ “ให้ความสนใจ” มาตลอด โดยยังคงอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะเข้าร่วมหรือไม่ อนึ่ง ในระหว่างการประชุมเอเปคครั้งนี้ ผู้นำจีนเสนอ “แผนยุทธศาสตร์วงจรคู่”  ที่รัฐบาลปักกิ่งผลักดันมานานหลายทศวรรษ นั่นคือการปฏิรูปเศรษฐกิจให้เติบโตจากการพัฒนาภายในอย่างมั่นคง เพื่อนำมาซึ่งการสร้างสมดุลให้กับตลาดทั้งในและต่างประเทศ

RELATED POST

น้ำมัน-ทองคำทรงตัว หุ้นสหรัฐฯปิดลบจับตาผลประกอบการกลุ่มเทคโนโลยี

น้ำมันทรงตัว ก่อนสหรัฐฯรายงานคลังปิโตรเลียมสำรอง ท่ามกลางความกังวลว่าเคสผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นจะกระทบต่ออุปสงค์พลังงาน ส่วนวอล์สตรีทปิดลบ จับตาผลประกอบการบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ ขณะที่ทองคำปิดบวกในกรอบแคบๆ สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนกันยายน ลดลง 26 เซนต์ ปิดที่ 71.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ด้านเบรนต์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนกันยายน ลดลง…

โต้ผลวิจัย! ‘อินเดีย’ ยันยอดตายโควิด-19 ไม่ถึง ‘หลายล้านคน’

รัฐบาลอินเดียออกมาปฏิเสธผลการศึกษาในต่างประเทศที่อ้างว่า มีประชากรแดนภารตะเสียชีวิตจากโควิด-19 ไปแล้ว “หลายล้านคน” หรือมากกว่าตัวเลข 420,000 คนที่รัฐบาลประกาศหลายเท่าตัว อย่างไรก็ตาม ทางการอินเดียยอมรับว่าหลายรัฐกำลังมีการ “แก้ไข” ข้อมูลตัวเลขผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตในช่วงของการระบาดใหญ่เมื่อเดือน เม.ย.-พ.ค. เมื่อวันอังคาร (20) สถาบันวิจัย Center for Global Development ในสหรัฐฯ…

ผวาเขื่อนถล่ม! จีนอพยพคนนับหมื่นหลังฝนตกหนัก ภาพอึ้งน้ำท่วมรถไฟใต้ดินถึงเอวผู้โดยสาร

กองทัพจีนเตือนเขื่อนแห่งหนึ่งในแถบตอนกลางของประเทศ "อาจพังถล่มได้ทุกเวลา" หลังได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงจากพายุฝนฟ้าคะนองที่คร่าชีวิตชาวบ้านไปอย่างน้อย 12 ราย และทำภูมิภาคดังกล่าวตกอยู่ในภาวะนิ่งสนิท ขณะที่สื่อออนไลน์เผยแพร่วิดีโอที่ยังไม่ยืนยันเป็นภาพผู้โดยสารติดอยู่ในขบวนรถไฟฟ้าใต้ดินในสภาพที่น้ำท่วมถึงระดับเอว เจ้าหน้าที่ด้านพยากรณ์อากาศออกประกาศเตือนภัยระดับสูงสุดสำหรับมณฑลเหอหนาน หลังจากพายุฝนฟ้าคะนองก่อความเสียหายอย่างกว้างขวางและต้องอพยพประชาชนนับหมื่นคน ขณะที่ท้องถนนสายต่างๆ ถูกน้ำท่วม ในช่วงเย็นวันอังคาร (20 ก.ค.) กองทหารประจำภูมิภาคแห่งกองทัพปลดแอกประชาชนจีน เตือนว่าฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องเป็นเหตุให้เขื่อน Yihetan ในเมืองลั่วหยาง เกิดรอยแตกราว 20…

อิสราเอลบ่นประสิทธิภาพวัคซีน’ไฟเซอร์’สู้’เดลต้า’ไม่เป็นดังหวัง ยกตัวอย่างโควิดคืนชีพในUK-US

วัคซีนโควิด-19 ของไฟเซอร์/ไบออนเทค ยามสู้กับตัวกลายพันธุ์'เดลตา" อ่อนแอกว่าที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอิสราเอลคาดหมายไว้ เดลิเมล์อ้างอิงรายงานจากสื่อมวลชนอิสราเอลเมื่อวันศุกร์(16ก.ค.) โดยนอกเหนือจากชุดข้อมูลภายในประเทศแล้ว นายกรัฐมนตรีอิสราเอลยังหยิบยกตัวอย่างจากสหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ แสดงความกังวลเกี่ยวประสิทธิภาพของวัคซีนในการรับมือกับตัวกลายพันธุ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ตัวดังกล่าวที่พบครั้งแรกในอินเดีย เดลิเมล์ สื่อมวลชนอังกฤษอ้างอิงรายงานของสื่อมวลชนท้องถิ่นระบุว่าเมื่อวันศุกร์(16ก.ค.) นายกรัฐมนตรีนาฟตาลี เบนเนตต์ ได้ประชุมหารือกับคณะรัฐมนตรีในเทลอาวีฟ เกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ อิสราเอล ฉีดวัคซีนไฟเซอร์/ไบออนเทค แก่ประชาชนไปแล้วกว่า 61% ของจำนวนประชาชน แต่เวลานี้กำลังเผชิญกับจำนวนผู้ติดเชื้อที่พุ่งขึ้น…